8 วิธีจัดการน้ำมูกเจ้าตัวเล็ก

Advertisement

loading...

Advertisement

หน้าหนาวแล้วนะ ดูแลตัวเองแล้วยังไม่พอ ยังต้องดูแลเจ้าตัวเล็กที่มี อาการฟึดฟัดๆ ฟุดฟิดๆ อ๋อ เป็นหวัดกับเขาแล้วสิท่า การดูดน้ำมูกให้เด็กเล็กๆ มีขั้นตอนที่ต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะถ้าทำ แรงเกินไป ดูดลึกเกินไปก็อาจทำให้หนูน้อยเยื่อจมูกบวม หรือมีแผลมีเลือดออกได้ ต่อไปนี้คือ 8 วิธีจัดการน้ำมูกของเจ้าตัวเล็กค่ะคุณแม่!

1.จัดท่านอน

จับให้ลูกนอนตะแคง ใช้หมอนหนุนศีรษะลูกให้สูงเล็กน้อย จะช่วยให้สารเมือกใต้ เยื่อบุจมูกคั่งอยู่ในรูจมูกเพียงด้านเดียว เหลืออีกด้านให้ลูกได้หายใจ

2.เลี่ยงการนอนห้องแอร์

ความชื้นทำให้เยื่อบุจมูกแห้ง อีกทั้ง เชื้อโรคเองก็มักกระจายตัวได้ดีในอากาศเช่นนี้ แนะนำว่าควรให้เด็กอยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเท หากเปิดพัดลมก็ควรห่างตัวลูก หรือหากอากาศร้อนก็ไม่จำเป็นต้องห่มผ้า

3.ดื่มน้ำ

น้ำจะช่วยให้น้ำมูกและเสมหะอ่อนตัว ลดไข้ และช่วยให้เยื่อบุต่างๆ มีความชุ่มชื้น ลูกก็จะหายใจสะดวก ถ้าลูกดื่มน้ำเปล่าได้ น้อย ให้ลูกได้รับน้ำจากแหล่งอื่น เช่น น้ำซุป น้ำผลไม้ และหากลูกดูดนมหรือน้ำจากขวดแล้วหายใจลำบาก ก็อาจป้อนด้วยช้อนหรือไซริงค์แทน

4.อุ้มลูก

Advertisement

loading...

เป็นเรื่องทางจิตใจที่ช่วยได้ เพราะเวลาเราไม่สบาย เรายังต้องการให้คนอื่นคอยดูแลเอาใจใส่ เด็กเล็กๆ ก็เช่นกัน ยิ่งช่วงกลางคืนที่ลูกหายใจลำบาก การอุ้มลูกนอนพาดบ่า จะช่วยให้ลูกหายใจได้โล่งขึ้นเพราะศีรษะของเด็กยกสูงนั่นเอง

5.ใช้ยาบรรเทาอาการ

คุณแม่อาจใช้วิคส์วาโปรับ หรือน้ำมัน ยูคาลิปตัสเล็กน้อย หยดลงบนผ้าอ้อมแล้วผูกผ้าไว้บริเวณลำคอของลูก เพื่อให้กลิ่นระเหยไปที่จมูกของหนูน้อย

6.หัวหอมแดง

เป็นการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยทุบหัวหอมแดงสัก 3-4 หัว วางไว้แถวหัวนอนของลูกในช่วงลูกนอนหลับ หรืออีกวิธีหนึ่งอาจต้มน้ำให้เดือด จากนั้นก็ยกลงแล้วทุบหัวหอม 7-8 หัว เติมน้ำเย็นผสมลงไปเพื่อให้เป็น น้ำอุ่นๆ ไว้เช็ดตัว หรืออาบน้ำให้ลูก ได้ผลดี

7.น้ำเกลือหยอด

เป็นไปได้ที่เด็กจะมีน้ำมูกสีขาวข้นอุดตันทางเดินหายใจในช่วงวันที่ 3-4 ของการเป็นหวัด เด็กเล็กๆ จะสั่งน้ำมูกออกมาเองไม่ได้ คุณอาจหลอดน้ำเกลือ 0.9% ก่อนสัก 5 นาที น้ำมูกและเสมหะอ่อนตัวแล้ว จะไหลออกมาเองโดยไม่ต้องดูดน้ำมูก

8.ที่ดูดน้ำมูก

ตัวช่วยที่ได้ผลดี และจะช่วยดูดน้ำมูกออกมาได้อย่างอ่อนโยน ต้องห้ามคือใช้ปากดูด เพราะคุณแม่อาจแพร่เชื้อให้ลูกได้ หรือคุณลูกแพร่เชื้อให้คุณแม่ ไม่สบายด้วยกันทั้งคู่จะยิ่งแย่กันไปใหญ่

Advertisement

loading...